ความสุขของหนูนิด

posted on 22 Oct 2009 16:56 by maruya


 

 

เช้าวันนี้ ช่างเป็นเช้าที่อากาศสดชื่น แจ่มใสเหลือเกิน หนูนิดคิดในใจ
ขณะที่ทอดสายตามองไปยังดอกบัว ที่ชูช่ออยู่กลางบึงใหญ่ 
สายลมเย็นของชายทุ่งพัดเอากลิ่นหอมของพืชไม้นานาพรรณ
ที่เมื่อคืนได้ถูกฝนโปรยปรายลงมาอย่างหนัก
นำพาความชุ่มฉ่ำ มาสู่ทุกชีวิตบนผืนแผ่นดินกว้างแห่งนี้ 
   
วันนี้หนูนิดก็เลยตื่นเช้าเป็นพิเศษ เพราะยายบอกว่า
ฝนตกหนักอย่างนี้ ผลชมพู่ในสวนคงจะหล่นเต็มลาน
หนูนิดฟังยายแล้วก็ยิ้มกริ่ม พลางนึกครึ้มในใจว่าชมพู่น้ำปลาหวาน คงจะอร่อยน่าดู หึหึ

ยายหันมาทันเห็นว่า หนูนิดแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปาก
เมื่อมองเห็นยายที่กำลังเขม้นมองมา
หนูนิดจึงรีบฉวยตะกร้า แล้ววิ่งออกจากบ้านทันที

    
ในสวนของยาย ปลูกผักไว้หลายชนิด ทั้ง มะเขือ ถั่วฝักยาว แตงกวา พริก โหระพา
 และอีกหลายอย่างที่หนูนิดไม่รู้จัก  ยายบอกว่าเช้านี้จะทำน้ำพริกปลาทู จิ้มผัก
ให้เก็บผักกลับไปให้ยายเยอะๆ ขณะที่กำลังงงๆ อยู่ว่าจะเก็บผักอะไรดี หนูนิดก็ต้องสะดุ้งโหยง
ตะกร้าใส่ผลชมพู่ร่วงจากมือ
           
"จ๊ะเอ๋ !" 

พร้อมกับเสียงนั้น มือของใครคนหนึ่งก็จี้ที่เอวของหนูนิด เมื่อหันไปมอง หนูนิดก็ต้องร้องออกมาดังๆ
           
 "กุ๊กกิ๊ก ! เธอมาทำอะไรที่นี่น่ะ ตกใจหมดเลย" 
         

"ฮ่า ๆๆ เอิ๊กๆๆ อะไรกันแค่นี้ ทำเป็น ขัวญอ่อนไปได้"

กุ๊กกิ๊กพูดพลางหัวร่องอหาย โชว์ฟันหลอสองซี่ หนูนิดส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ
        
"ฉันมาช่วยพ่อจับปูน่ะ ปีนี้ปูเยอะมาก ข้าวในนาโดนปูกินตายหมดแล้ว" 
    
 หนูนิดพยักหน้าหงึกหงัก แล้วเมื่อคิดถึงการบ้านวิชาภาษาไทย ของครูบานชื่นขึ้นมาได้
 หนูนิดจึงถามเพื่อนว่า 
   
" เธอทำการบ้านวิชาภาษาไทยเสร็จรึยังกุ๊กกิ๊ก" 

กุ๊กกิ๊กที่กำลังง่วนอยู่กับการเก็บผลชมพู่ ที่หล่นกระจัดกระจาย ใส่ในตะกร้า
เงยหน้ายิ้มโชว์ฟันหลอ แล้วตอบว่า
 
" ยังเลย ฉันหาความหมายของคำว่า "ดารา" ไม่ได้ล่ะ"

หนูนิดยักคิ้ว ยิ้มกริ่มแล้วพูดว่า
 
 
"ง่ายจะตาย ดาราก็คือคนที่อยู่ในทีวีล่ะ"

 กุ๊กกิ๊กทำตาโต แล้วอุทานออกมาว่า

 " โอ้โห จริงด้วย เธอเก่งจังเลย"

เหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้ กุ๊กกิ๊กรีบลุกขึ้นแล้ว วิ่งจากไป
หนูนิดมองตามแล้วส่ายหน้าอย่างงงๆ อะไรของเขานะ บทจะมาก็มา จะไปก็ไป เฮ้อ! 
 
ขณะที่หิ้วตะกร้าเดินกลับบ้าน รถเก๋งใหม่เอี่ยมคันหนึ่ง
ก็วิ่งตัดหน้าหนูนิดไป หนูนิดมองตามไปจนลับสายตา
เมื่อเดินเข้าไปหายายที่กำลังโขลกน้ำพริกเสียงดังลั่นอยู่ในครัว หนูนิดก็ถามยายว่า
  
"ยายจ๋า รถคันเมื่อกี้ของใครเหรอยาย ส๊วย สวย" 

ยายใช้ผ้าซับน้ำหมากแล้วพูดว่า
 
"ของทิดบุญมีไงลูก แกถูกล็อตเตอร์รี่รางวัลที่หนึ่ง"

 หนูนิดทำหน้างงๆ เมื่อถามยายว่า
 
 "ยายแล้วเราจะถูกล็อตเตอร์รี่เหมือนเขาบ้างไหม"

ยายตักน้ำพริกใส่ลงในถ้วยใบเล็กๆแล้วพูดทำนองว่า
คนที่จะถูกรางวัลที่หนึ่งได้ต้องดวงดีมากๆ  ยายหันมามองหนูนิดด้วยแววตาอ่อนโยน แล้วเปรยขึ้นว่า
   
 "เราควรจะคิดถึงสิ่งที่เรามี มากกว่าสิ่งที่เราไม่มีนะลูก"

 

 

 

หนูนิดไม่ค่อยเข้าใจคำพูดของยายเลย แต่ยายก็ชอบพูดอะไรที่หนูนิดไม่เข้าใจอยู่บ่อยๆ
เช่นครั้งนึงยายบอกหนูนิดว่า
'ไม่สำคัญหรอกนะลูก ว่าเราจะเกิดมาเป็นอะไร
คนรวย คนจน พิการ สวย ขี้เหร่ แค่ไหน ขอแค่ให้เราเป็นคนดี มีหัวใจที่เมตตา แค่นี้ก็พอแล้ว'

หนูนิดจำทุกอย่างที่ยายสอนได้ เพียงแต่อาจจะต้องใช้เวลานานกว่าที่จะเข้าใจได้ทั้งหมด 

เช้านี้มีคนร่วมโต๊ะอาหารเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน ก็คือน้าจันทร์
น้าจันทร์ไปทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัดที่ห่างไกลมาก นานๆทีถึงจะกลับมาเยี่ยมยายกับหนูนิดซักที
ดูยายจะยิ้มมากขึ้นเมื่อมีน้าจันทร์อยู่ใกล้ๆ หนูนิดดีใจมาก และอยากให้ยายยิ้มทุกวัน

ตอนสายๆ หนูนิดตามยายไปดูความเสียหายหลังบ้าน
ที่มีต้นมะม่วง และต้นมะยม กิ่งของมันหักโค่นลงมา เพราะฝนที่ตกหนักเมื่อคืน
กิ่งของต้นมะยม ปลิวไปตามแรงลม ไปกองอยู่บนกระถางต้นแก้ว
ที่หนูนิดเพิ่งช่วยยายปลูกลงในกระถาง เมื่อไม่กี่วันมานี้เอง ต้นของมันหักงอ

กระถางด้านหนึ่งมีรอยร้าว หนูนิดมองดูมันอย่างช้ำใจ แล้ววินาทีนั้นเอง
ที่แสงแดดทอประกายมา หนูนิดมองเห็น ดอกแก้วเล็กๆดอกหนึ่ง
กำลังจะผลิบาน ยามเมื่อดอกของมันต้องแสงตะวัน มันดูสวยงามจับใจ
หนูนิดถึงกับน้ำตาคลอ  และเหมือนได้ยินเสียงของยายดังแว่วมาจากที่ไกลแสนไกลว่า

'ในความไม่ดี ก็ย่อมมีความดี ในความโหดร้าย
ก็ย่อมมีความสวยงามซ่อนอยู่เสมอ
มันเหมือนชีวิตของคนเราไงลูก'

แปลกที่ในนาทีนั้นเหมือนหนูนิดจะเข้าใจคำสอนของยาย 
หนูนิดเอามือเช็ดน้ำตาแล้วยิ้มสดใสให้กับดอกไม้เล็กๆ ดอกนั้น
 
" จ๊ะเอ๋ !"  เสียงของใครคนหนึ่งปลุกให้หนูนิดตื่นจากภวังค์

เมื่อหันมามองเจ้าของเสียง ก็เห็นว่า กุ๊กกิ๊ก ยืนยิ้มอยู่ใกล้ๆ
มือหนึ่งถือขนม อีกมือเอื้อมมาฉุดแขนหนูนิด

  "เร็วๆ เถอะหนูนิดพ่อจับปู ได้ตัวเบ้อเริ่มเลย เธอต้องชอบแน่ๆ"

  "ทำไมฉันจะต้องชอบด้วยล่ะ"

หนูนิดถามอย่างหงุดหงิด เพราะยังโกรธที่เพื่อนตัวดีมาทำลายภวังค์แห่งความสุข

  "ก็เพราะว่ามันเป็นปูขาเป๋น่ะซี" 

ฮ่าๆๆเอิ๊กๆๆๆ กุ๊กกิ๊กหัวเราะออกมาอย่างชอบอกชอบใจ


หนูนิดตาโต แล้วรีบวิ่งไปขออนุญาตยาย

ในตอนสายของวันนั้น
ถ้ามีใครสักคนที่มองเห็น จะมีภาพของเด็กสองคน

ที่จูงมือกันวิ่งพลางหัวเราะแข่งกันอย่างสนุกสนานไปตลอดทาง

ที่มุ่งหน้าสู่......ท้องนากว้างใหญ่